Promotion
การส่งเสริมการตลาด
การตลาดสมัยใหม่นอกจากจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ในราคาที่เหมาะสม และกระจายไปตามช่องทางการจัดจำหน่ายที่จะเข้าถึงตัวตลาดเป้าหมายโดยเร็วที่สุดแล้ว บริษัทยังต้องพัฒนาโปรแกรมการติดต่อสื่อสารและการส่งเสริมการตลาดที่มีประสิทธิภาพ เพื่อทำหน้าที่เชื่อมโยงธุรกิจกับลูกค้าของเขาที่มีอยู่กระจัดกระจายทั่วไปในตลาดส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจซึ่งกันและกันรู้ถึงการเคลื่อนไหวของแต่ละฝ่ายได้ตามที่เขาต้องการ เช่น ผู้ผลิตรู้ว่า เขาควรจะผลิตสินค้าให้มีรูปร่างลักษณะคุณสมบัติอย่างใดจึงจะตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและผู้บริโภคก็ได้รู้ว่า เวลานี้มีสินค้าใดของผู้ผลิตรายไหนออกวางจำหน่าย มีคุณภาพอย่างไร ถ้าเป็นที่พอใจเขาจะหาซื้อได้จากที่ใด ในราคาจำหน่ายเท่าใด หรือถ้าซื้อแล้วเขาจะได้รับบริการใดตอบแทนจากร้านค้านั้นบ้าง เป็นต้น บริษัทหลายแห่งตระหนังถึงความสำคัญในข้อนี้ จึงได้จ้างบริษัทตัวแทนโฆษณา สร้างข่าวสารโฆษณาที่น่าสนใจ จ้างพนักงานขายที่สามารถจูงใจลูกค้า จ้างผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดวางแผนการส่งเสริมการขายเพื่อรณรงค์กับคู่แข่งขัน ออกข่าวเผยแพร่สร้างภาพพจน์ที่ดีให้แก่บริษัทรวมเรียกว่า การส่งเสริมการตลาด (Promotion) การส่งเสริมการตลาด
ความหมายของการส่งเสริมการตลาด
การส่งเสริมการตลาด (Promotion) คือ “กระบวนงานทางด้านการสื่อสารการตลาดระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขายและผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการซื้อเพื่อให้ข้อมูล ชักจูงใจ หรือตอกย้ำเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์และตรายี่ห้อ รวมทั้งเพื่อให้เกิดอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงความเชื่อ ทัศนคติ ความรู้สึกและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย”
การส่งเสริมการตลาด (Promotion) เกี่ยวข้องกับการโฆษณา การใช้พนักงานขาย การส่งเสริมการขายและการประชาสัมพันธ์ สิ่งเหล่านี้ทำหน้าที่เผยแพร่ข่าวสารของบริษัทไปยังตลาดเป้าหมาย จึงถือเป็นเครื่องมือของการติดต่อสื่อสารทางการตลาดชนิดหนึ่ง การส่งเสริมการตลาดจะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับลักษณะและประสิทธิภาพของการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ การที่ผู้ซื้อจะยอมรับข่าวสารหรือไม่อย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของผู้ขาย (ผู้ส่งข่าวสาร) ในสายตาของผู้ซื้อ (ผู้รับข่าวสาร) ผู้รับข่าวสารที่แตกต่างกันจะมีความคิดเห็นในข่าวสารอย่างเดียวกันไปในทางที่แตกต่างกันได้ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะพิจารณาว่าจะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้ข่าวสารนั้นไปถึงผู้รับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนประสมการส่งเสริมการตลาด
(Marketing Promotion Mix)
◊ เครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารทางการตลาด ทำหน้าที่เจ้งข่าวสาร จูงใจ
สร้างทัศนคติ และพฤติกรรมการซื้อ
◊ องค์ประกอบของการส่งเสริมการตลาด
- การโฆษณา
- การส่งเสริมการขาย
- การให้ข่าวและการประชาสัมพันธ์
- การขายโดยใช้พนักงานขาย
วัตถุประสงค์ของการส่งเสริมการตลาด
◊ เพื่อสื่อข้อมูลข่าวสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย
- เพื่อแจ้งข่าวสาร
- เพื่อชักจูง
- เพื่อตอกย้ำความทรงจำ
◊ เพื่อเปลี่ยนลักษณะความต้องการของผู้บริโภค
◊ เพื่อใช้สอดคล้องกับส่วนประสมทางการตลาดอื่น ๆ
(Marketing Promotion Mix)
◊ เครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารทางการตลาด ทำหน้าที่เจ้งข่าวสาร จูงใจ
สร้างทัศนคติ และพฤติกรรมการซื้อ
◊ องค์ประกอบของการส่งเสริมการตลาด
- การโฆษณา
- การส่งเสริมการขาย
- การให้ข่าวและการประชาสัมพันธ์
- การขายโดยใช้พนักงานขาย
วัตถุประสงค์ของการส่งเสริมการตลาด
◊ เพื่อสื่อข้อมูลข่าวสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย
- เพื่อแจ้งข่าวสาร
- เพื่อชักจูง
- เพื่อตอกย้ำความทรงจำ
◊ เพื่อเปลี่ยนลักษณะความต้องการของผู้บริโภค
◊ เพื่อใช้สอดคล้องกับส่วนประสมทางการตลาดอื่น ๆ
ปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดส่วนประสมการส่งเสริมการตลาด
1.ลักษณะของตลาดเป้าหมาย (Nature of Target Market)
- ประเภทของลูกค้า (Type of Customer)
- การกระจายตัวตามขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของตลาด
(Concentration and Geographic Scope of Marketing)
- ระดับความสนใจในการซื้อสินค้า (Readiness to Buy)
2.ลักษณะของผลิตภัณฑ์ (Nature of Product)
- ลักษณะความเฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์ที่มีต่อลูกค้า (Degree Customization)
- มูลค่าต่อหน่วยของผลิตภัณฑ์ (Unit Value)
3.วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle)
- ขั้นแนะนำ (Introduction Stage)
- ขั้นเจริญเติบโต (Growth Stage)
- ขั้นเจริญเติบโตเต็มที่ (Maturity Stage)
- ขั้นตกต่ำ (Decline Stage)
4.งบประมาณ (Funds)
การจัดสรรงบประมาณสำหรับการส่งเสริมการตลาด
1.กำหนดตามยอดขาย (Relation sales)
- เปอร์เซ็นต์ต่อยอดขาย
- งบประมาณต่ำเกินไป
2.กำหนดตามคู่แข่งขัน (Relation to Competition)
- ดูตามคู่แข่งขัน
3.กำหนดตามเงินทุนที่มีอยู่ (All Available Funds)
- ตามขนาดขององค์กร
4.กำหนดตามวัตถุประสงค์และงานที่ทำ (Task and Objectives)
ความจำเป็นในการส่งเสริมการตลาด
◊ เพื่อเป็นการลดขั้นตอน และเวลาในการเลือกเวลาในการตัดสินใจของผู้บริโภค
โดยใช้ข้อมูลข่าวสาร
◊ คู่แข่งขันมากขึ้น
◊ ต้นทุน และความเสี่ยงภัยในท้องตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น
กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด
◊ กลยุทธ์ผลัก (Push Strategy)เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่มุ่งเน้นการทำการตลาดที่พ่อค้าคนกลาง ร้านค้า หรือพนักงานขาย ให้ขายสินค้าออกไปยังผู้บริโภค เป็นการสร้างแรงผลักให้ สินค้าออกไปสู่ตลาด ซึ่งต่างจากกลยุทธ์ดึงที่ทำการตลาดที่ผู้บริโภคขั้นสุดท้าย
◊ กลยุทธ์ดึง (Pull Strategy)เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่มุ่งเน้นไปที่การทำการตลาด ทั้งการโฆษณาหรือส่งเสริมการขายกับผู้บริโภคหรือผู้ใช้ขั้นสุดท้าย (End Users) โดยตรง เช่น การลดราคาสินค้า เป็นต้น เพื่อให้ผู้บริโภค เกิดความต้องการซื้อ เป็นการสร้างแรงดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาสนใจซื้อสินค้า
1.ลักษณะของตลาดเป้าหมาย (Nature of Target Market)
- ประเภทของลูกค้า (Type of Customer)
- การกระจายตัวตามขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของตลาด
(Concentration and Geographic Scope of Marketing)
- ระดับความสนใจในการซื้อสินค้า (Readiness to Buy)
2.ลักษณะของผลิตภัณฑ์ (Nature of Product)
- ลักษณะความเฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์ที่มีต่อลูกค้า (Degree Customization)
- มูลค่าต่อหน่วยของผลิตภัณฑ์ (Unit Value)
3.วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle)
- ขั้นแนะนำ (Introduction Stage)
- ขั้นเจริญเติบโต (Growth Stage)
- ขั้นเจริญเติบโตเต็มที่ (Maturity Stage)
- ขั้นตกต่ำ (Decline Stage)
4.งบประมาณ (Funds)
การจัดสรรงบประมาณสำหรับการส่งเสริมการตลาด
1.กำหนดตามยอดขาย (Relation sales)
- เปอร์เซ็นต์ต่อยอดขาย
- งบประมาณต่ำเกินไป
2.กำหนดตามคู่แข่งขัน (Relation to Competition)
- ดูตามคู่แข่งขัน
3.กำหนดตามเงินทุนที่มีอยู่ (All Available Funds)
- ตามขนาดขององค์กร
4.กำหนดตามวัตถุประสงค์และงานที่ทำ (Task and Objectives)
ความจำเป็นในการส่งเสริมการตลาด
◊ เพื่อเป็นการลดขั้นตอน และเวลาในการเลือกเวลาในการตัดสินใจของผู้บริโภค
โดยใช้ข้อมูลข่าวสาร
◊ คู่แข่งขันมากขึ้น
◊ ต้นทุน และความเสี่ยงภัยในท้องตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น
กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด
◊ กลยุทธ์ผลัก (Push Strategy)เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่มุ่งเน้นการทำการตลาดที่พ่อค้าคนกลาง ร้านค้า หรือพนักงานขาย ให้ขายสินค้าออกไปยังผู้บริโภค เป็นการสร้างแรงผลักให้ สินค้าออกไปสู่ตลาด ซึ่งต่างจากกลยุทธ์ดึงที่ทำการตลาดที่ผู้บริโภคขั้นสุดท้าย
◊ กลยุทธ์ดึง (Pull Strategy)เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่มุ่งเน้นไปที่การทำการตลาด ทั้งการโฆษณาหรือส่งเสริมการขายกับผู้บริโภคหรือผู้ใช้ขั้นสุดท้าย (End Users) โดยตรง เช่น การลดราคาสินค้า เป็นต้น เพื่อให้ผู้บริโภค เกิดความต้องการซื้อ เป็นการสร้างแรงดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาสนใจซื้อสินค้า
การวางแผนการส่งเสริมการตลาด (Promotion Planning)
คือ การระบุลงไปว่าจะใช้เครื่องมือการส่งเสริมการตลาดชนิดในและทรัพยากรของกิจการจะถูกจัดสรรไปยังเครื่องมือเหล่านี้อย่างไรบ้าง การวางแผนส่วนผสมของการส่งเสริมการตลาดจะประกอบไปด้วย
1.แผนงานโฆษณา (Advertising Plan)การโฆษณา เป็นเครื่องมือในการสื่อสารประเภทหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมมาเป็นเวลาช้านาน ปัจจุบันการโฆษณายังคงถูกใช้สำหรับการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายในลำดับต้น ๆ ทั้งนี้เพราะการโฆษณาสามารถเลือกใช้สื่อที่สามารถนำข่าวสารไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้จำนวนมาก ภายในเวลาอันรวดเร็ว ผ่านการใช้สื่อสารมวลชน นอกจากนั้นหากต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะในพื้นที่จำกัด ก็ยังสามารถเลือกใช้สื่อโฆษณาที่เป็นสื่อท้องถิ่นได้เช่นกัน การโฆษณาถือเป็นกิจกรรมการสื่อสารที่มีวัตถุประสงค์หลักในการขายสินค้า โดยผู้เป็นเจ้าของสินค้าจะต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับการออกแบบการโฆษณา และค่าสื่อประเภทต่าง ๆ อย่างไรก็ตามเพื่อให้ผู้รับข่าวสารได้รับรู้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของใคร จึงได้มีการระบุไว้ในงานโฆษณาด้วย
คือ การระบุลงไปว่าจะใช้เครื่องมือการส่งเสริมการตลาดชนิดในและทรัพยากรของกิจการจะถูกจัดสรรไปยังเครื่องมือเหล่านี้อย่างไรบ้าง การวางแผนส่วนผสมของการส่งเสริมการตลาดจะประกอบไปด้วย
1.แผนงานโฆษณา (Advertising Plan)การโฆษณา เป็นเครื่องมือในการสื่อสารประเภทหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมมาเป็นเวลาช้านาน ปัจจุบันการโฆษณายังคงถูกใช้สำหรับการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายในลำดับต้น ๆ ทั้งนี้เพราะการโฆษณาสามารถเลือกใช้สื่อที่สามารถนำข่าวสารไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้จำนวนมาก ภายในเวลาอันรวดเร็ว ผ่านการใช้สื่อสารมวลชน นอกจากนั้นหากต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะในพื้นที่จำกัด ก็ยังสามารถเลือกใช้สื่อโฆษณาที่เป็นสื่อท้องถิ่นได้เช่นกัน การโฆษณาถือเป็นกิจกรรมการสื่อสารที่มีวัตถุประสงค์หลักในการขายสินค้า โดยผู้เป็นเจ้าของสินค้าจะต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับการออกแบบการโฆษณา และค่าสื่อประเภทต่าง ๆ อย่างไรก็ตามเพื่อให้ผู้รับข่าวสารได้รับรู้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของใคร จึงได้มีการระบุไว้ในงานโฆษณาด้วย
2.แผนงานประชาสัมพันธ์ (Public Relation Plan)การประชาสัมพันธ์ เป็นเครื่องมือการส่งเสริมการตลาดที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน แต่ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน การประชาสัมพันธ์เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นของกิจการ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ข่าวสารสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าทั้งภายใน และภายนอกกิจการ เนื่องจากการประชาสัมพันธ์ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อขายสินค้าโดยตรง ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายจะมีความเชื่อถือต่อข่าวสารการประชาสัมพันธ์สูงกว่าข่าวสารของการโฆษณา เพราะหลายคนมีความรู้สึกว่าการโฆษณาพยายามพูดถึงแต่สิ่งที่ดี ๆ บางครั้งเกินความเป็นจริง ทั้งนี้เพื่อให้สินค้าขายได้เท่านั้น ในขณะที่การประชาสัมพันธ์เป็นการบอกข้อเท็จจริง เรื่องราวที่เกิดขึ้น ผลการดำเนินงานต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ข่าวสารต่าง ๆ และมีความรู้สึกที่ดีต่อองค์กร ทั้งนี้หากการประชาสัมพันธ์ประสบความสำเร็จ จะทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรดีขึ้น มีผลทางอ้อมต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของกิจการในระยะยาวได้
3.แผนการขายโดยใช้บุคคล (Personal Selling Plan)การส่งเสริมการตลาดโดยการใช้พนักงานขาย ถือเป็นวิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิผลมากที่สุดวิธีหนึ่ง ทั้งนี้เพราะการเสนอขายโดยบุคคลเป็นการสื่อสารสองทาง (two – way communication) มีการพบปะกันระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ สามารถซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ตลอดจนมีโอกาสในการต่อรองราคา หรือขอทราบเงื่อนไขต่าง ๆ ได้โดยตรง ซึ่งจะนำมาสู่การซื้อสินค้าในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามการขายโดยบุคคลถือเป็นวิธีการส่งเสริมการตลาดที่มีค่าใช้จ่ายมากที่สุด การเลือกใช้วิธีการส่งเสริมการตลาดโดยการใช้พนักงานขายจำเป็นต้องพิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ ดังนี้
• ลูกค้าเป้าหมาย การใช้พนักงานขายจะใช้ได้ผลดีเมื่อลูกค้าเป้าหมายมีจำนวนไม่มากนัก
และอาศัยอยู่รวมกันตามสภาพภูมิศาสตร์ เช่นอยู่ในชุมชนเดียวกัน อยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม หรือนิคมอุตสาหกรรมเดียวกัน
• ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่จะใช้พนักงานขาย ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะด้านเทคนิค
ราคาต่อหน่วยสูงพอสมควร และเป็นผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายได้อยากหากปราศจากการอธิบายหรือการแนะนำจากพนักงานขาย
• ลูกค้าเป้าหมาย การใช้พนักงานขายจะใช้ได้ผลดีเมื่อลูกค้าเป้าหมายมีจำนวนไม่มากนัก
และอาศัยอยู่รวมกันตามสภาพภูมิศาสตร์ เช่นอยู่ในชุมชนเดียวกัน อยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม หรือนิคมอุตสาหกรรมเดียวกัน
• ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่จะใช้พนักงานขาย ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะด้านเทคนิค
ราคาต่อหน่วยสูงพอสมควร และเป็นผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายได้อยากหากปราศจากการอธิบายหรือการแนะนำจากพนักงานขาย
4.แผนงานการส่งเสริมการขาย (Sales Promotion Plan)การส่งเสริมการขายถือเป็นกิจกรรมการส่งเสริมการตลาดอย่างหนึ่งที่สามารถกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดการซื้อสินค้าโดยพลัน กิจกรรมการส่งเสริมการขายที่มุ่งไปสู่ผู้บริโภคหรือพ่อค้าคนกลางมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการซื้อสินค้าหรือบริการในช่วงที่มีการส่งเสริมการขาย โดยเจ้าของสินค้าหรือผู้จำหน่ายจะสร้างเงื่อนไขพิเศษขึ้นมา เพื่อจูงใจให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการในขณะนั้น หากไม่ตัดสินใจซื้อจะรู้สึกเสียดาย เพราะไม่รู้ว่าโอกาสพิเศษแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ ในขณะที่กิจกรรมการส่งเสริมการขายที่มุ่งไปสู่พนักงานขายมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้พนักงานขายใช้ความพยายามในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น โดยผู้ผลิตจะใช้รางวัลประเภทต่าง ๆ เป็นสิ่งจูงใจ เช่น ค่าคอมมิชชั่น การเดินทางไปพักผ่อนต่างประเทศ เป็นต้น
• การใช้พนักงานขายเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการใช้ช่องทางการจำหน่ายสั้น หรือการ
จำหน่ายโดยตรงไปยังลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าที่อยู่ในตลาดธุรกิจ
• การใช้พนักงานขายเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการใช้ช่องทางการจำหน่ายสั้น หรือการ
จำหน่ายโดยตรงไปยังลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าที่อยู่ในตลาดธุรกิจ
ขั้นตอนการวางแผนการส่งเสริมการตลาด
(Step in Promotion Planning)
1.การพิจารณาโอกาสของการส่งเสริมการตลาด
2.การกำหนดวัตถุประสงค์ของการส่งเสริมการตลาด
3.การกำหนดกลุ่มผู้รับเป้าหมาย
4.การกำหนดงบประมาณการส่งเสริมการตลาด
5.การกำหนดส่วนผสมของการส่งเสริมการตลาด
6.การประสานงานและการควบคุมการส่งเสริมการตลาด
7.การวัดและประเมินผลการส่งเสริมการตลาด
ลักษณะของแผนการส่งเสริมการตลาดที่ดี
1.แผนการส่งเสริมการตลาดควรจะมีความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง
2.แผนการส่งเสริมการตลาดที่ดีควรปฏิบัติได้
3.แผนการส่งเสริมการตลาดที่ดีควรมีความสมบูรณ์และมีรายละเอียดเพียงพอ
4.แผนการส่งเสริมการตลาดที่ดีจะต้องมีการระบุให้ชัดเจน
5.แผนการส่งเสริมการตลาดที่ดีจะต้องมีการกำหนดเป็นตารางเวลาที่แน่นอนไว้
6.แผนการส่งเสริมการตลาดที่ดีต้องรวมไว้ซึ่งต้นทุนเฉพาะที่จะเกิดขึ้น
7.แผนการส่งเสริมการตลาดต่าง ๆ จะต้องมีการประสานงานกันในแต่ละส่วน
8.แผนการส่งเสริมการตลาดที่ดีต้องมีการเขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร
(Step in Promotion Planning)
1.การพิจารณาโอกาสของการส่งเสริมการตลาด
2.การกำหนดวัตถุประสงค์ของการส่งเสริมการตลาด
3.การกำหนดกลุ่มผู้รับเป้าหมาย
4.การกำหนดงบประมาณการส่งเสริมการตลาด
5.การกำหนดส่วนผสมของการส่งเสริมการตลาด
6.การประสานงานและการควบคุมการส่งเสริมการตลาด
7.การวัดและประเมินผลการส่งเสริมการตลาด
ลักษณะของแผนการส่งเสริมการตลาดที่ดี
1.แผนการส่งเสริมการตลาดควรจะมีความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง
2.แผนการส่งเสริมการตลาดที่ดีควรปฏิบัติได้
3.แผนการส่งเสริมการตลาดที่ดีควรมีความสมบูรณ์และมีรายละเอียดเพียงพอ
4.แผนการส่งเสริมการตลาดที่ดีจะต้องมีการระบุให้ชัดเจน
5.แผนการส่งเสริมการตลาดที่ดีจะต้องมีการกำหนดเป็นตารางเวลาที่แน่นอนไว้
6.แผนการส่งเสริมการตลาดที่ดีต้องรวมไว้ซึ่งต้นทุนเฉพาะที่จะเกิดขึ้น
7.แผนการส่งเสริมการตลาดต่าง ๆ จะต้องมีการประสานงานกันในแต่ละส่วน
8.แผนการส่งเสริมการตลาดที่ดีต้องมีการเขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร
วิธีการส่งเสริมการขาย
◊ การส่งเสริมการขายด้านลดราคา
ส่วนใหญ่เป็นการลดราคาสินค้า โดยอาจจะลดจากราคาขายปรกติ เช่น การจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เป็นช่วงเวลา การลดราคา 25% ทุกวันพุธของ สินค้า S&P เป็นต้น หรือการเพิ่มปริมาณสินค้าโดยขายราคาเท่าเดิม เช่น แลกตาซอย เอ็กซ์ตร้า 300 เพิ่มปริมาณแต่ไม่เพิ่มราคา เป็นต้น
ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคานี้ จะมีต้นทุนจากกำไรที่ลดลง การตัดสินใจใช้กลยุทธ์นี้จึงควรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และควรคำนึงถึงผลกระทบต่อชื่อเสียงของตราสินค้าด้วย
◊ การส่งเสริมการขายโดยการใช้คูปอง
คูปอง เป็นอีกวิธีการหนึ่งในการลดราคา โดยมีเทคนิคการแจกคูปองหลายอย่าง ตัวอย่างเช่น
- การติดคูปองไว้บนบรรจุภัณฑ์เพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำ
- การแจกคูปองในหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารเพื่อให้ผู้บริโภคไปใช้ซื้อสินค้า เช่น โลตัสซุปเปอร์มาร์เก็ต มักมีการแจกคูปองลดราคา 50 บาทเมื่อซื้อสินค้า 500 บาทขึ้นไปทางหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันศุกร์เช้า เพื่อกระตุ้นยอดซื้อวันสุดสัปดาห์
- การตัดคูปองจากส่วนหนึ่งของใบโฆษณา เช่น ร้าน KFC มีจากแจกคูปองโฆษณา ซื้อสินค้าเป็นชุดราคาพิเศษ เป็นต้น
- การพิมพ์คูปองด้านหลังของใบเสร็จ หรือสลิป ATM เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการชำระค่าสินค้าและบริการ
วัตถุประสงค์หลักของการใช้การส่งเสริมการขายโดยใช้คูปอง คือ การกระตุ้นให้ลูกค้าใช้คูปองให้มากที่สุด แต่ปัญหาที่พบอย่างหนึ่งของการใช้คูปอง คือ ลูกค้าใช้คูปองทำการซื้อสินค้าหรือบริการที่เขาตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว หรือร้านค้าปลีกไม่มีสินค้าเพียงพอที่จะจำหน่ายเมื่อลูกค้านำคูปองมาใช้ ก็เกิดความไม่พอใจได้ โดยส่วนใหญ่แล้ววิธีนี้เป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับสินค้าใหม่หรือสินค้าเก่าที่ยอดขายลดลงเท่านั้น
◊ การส่งเสริมการขายโดยการให้ของแถม
เป็นวิธีที่มีใช้กันมาก โดยลูกค้าจะได้รับของแถมเมื่อซื้อครบตามที่กำหนด โดยส่วนใหญ่ใช้กับการสมัครสมาชิกนิตยสารรายปี หรือการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องสำอาง เมื่อซื้อครบ 3,000 บาท จะได้รับของแถมซึ่งเป็นตัวอย่างชุดเล็ก ๆ ให้ทดลองใช้อีก มูลค่า 2,500 บาท เป็นต้น
◊ การส่งเสริมการขายโดยการแข่งขันและให้รางวัล
เป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีใช้กันมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะตามงานแสดงสินค้าต่าง ๆ ก็จะมีสาวสวย (Pretty) แต่งตัวน่ารัก มากล่าวแนะนำถึงสรรพคุณที่ดีของสินค้า และจัดเกมส์ตอบคำถามง่าย ๆ พร้อมของรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจของลูกค้าที่เดินผ่านไปมาเช่น ในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา ค่ายรถแต่ละค่ายก็นำเอากลยุทธ์ต่าง ๆ มาเรียกร้องความสนใจของลูกค้า มีการแจกของชำร่วยเล็กให้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมและตอบคำถามได้ถูกต้อง เป็นต้น
◊ การส่งเสริมการขายโดยการชิงโชค
ซึ่งวิธีนี้ก็อาจจะมีหลายวิธี แต่ที่นิยมกันก็คือ การแนบใบลุ้นรางวัลมาพร้อมกับสินค้า หรือให้ตัดชิ้นส่วน หรือ ป้ายฉลาก สติ๊กเกอร์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ส่งไปร่วมชิงโชค ซึ่งวิธีการนี้ก็จะต้องระมัดระวังเรื่องความสะดวกในการที่จะส่งชิ้นส่วน หรือชิ้นส่วนจะต้องไม่ถูกแอบแกะอ่านดูก่อนที่ผู้ซื้อจะเป็นผู้แกะคนแรก
◊ การส่งเสริมการขายโดยการคืนกำไรให้ลูกค้า
วิธีนี้มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในอเมริกา แต่เมืองไทยเรายังไม่ค่อยมีมากนัก โดยวิธีนี้ลูกค้าจะซื่อสินค้าก่อน แล้วจึงนำเอาส่วนที่แสดงเอกลักษณ์ของสินค้า เช่น บาร์โค้ด (UPC) พร้อมใบเสร็จรับเงิน ส่งกลับไปยังบริษัทเพื่อขอคืนกำไร ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารโฆษณา เมื่อบริษัทได้รับเอกสารครบถ้วนก็จะทำเช็คเงินสดสั่งจ่ายในนามผู้ซื้อ และส่งกลับมาที่ผู้ซื้อตามจำนวนที่กำหนดไว้ สินค้าบางรายการอาจมีการคืนกำไรสูงมาก จนลูกค้าแทบได้สินค้านั้นมาฟรีเลย ก็มี เช่น เครื่อง Scanner ที่ตกรุ่น ราคา 50 เหรียญสหรัฐฯ เมื่อซื้อสินค้าแล้วส่ง UPC และใบเสร็จรับเงินกลับไปที่บริษัท ก็จะได้รับเช็คเงินสดกลับมาเป็นจำนวน 50 เหรียญสหรัฐเท่ากัน เป็นต้น เท่ากับลูกค้าต้องชำระแต่ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าส่งไปรษณีย์เท่านั้น
◊ การส่งเสริมการขายสำหรับลูกค้าประจำ
เป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าประจำมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการบ่อย ๆ เช่น สายการบิน มีการสะสมไมล์เพื่อแลกเป็นตั๋วเครื่องบินฟรี เมื่อสะสมไมล์ได้ตามที่กำหนด หรือร้านอาหารญี่ปุ่นฟูจิ หรือเซน มีการประทับตราเมื่อรับประทานอาหารครบทุก 300 บาท และนำมาแลกเป็นบัตรส่วนลด หรืออาหาร 1 จานเมื่อครบตามที่กำหนด เป็นการกระตุ้นให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการบ่อย ๆ หรือปั๊มน้ำมันมีการทำบัตรสมาชิกแล้วให้ส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิกเป็นต้น
◊ การส่งเสริมการขาย ณ จุดวางสินค้า
มีผลการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคในร้านค้าปลีกออกมาว่า ยอดขายจะเพิ่มขึ้นถ้าลูกค้าสามารถเห็นสินค้า ณ จุดวางสินค้า การจัดวางสินค้าที่น่าสนใจ ให้ข้อมูลเหมาะสม และวางในตำแหน่งที่สังเกตได้ง่าย จะช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้ามากขึ้น ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า สินค้าอุปโภคบริโภคที่วางจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ต มีการจัดเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ และผู้ผลิตที่ต้องการให้สินค้าเป็นที่สังเกตได้ง่าย ต้องซื้อพื้นที่วางในระดับสายตา และตั้งวางสินค้าเป็นแถว อย่างชัดเจนและเป็นระเบียบ
◊ การส่งเสริมการขายโดยการแจกสินค้าตัวอย่างให้ทดลองใช้
วิธีนี้ให้ลูกค้าได้ทดลองใช้สินค้าดูก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ซึ่งวิธีนี้ก็อาจสามารถดึงลูกค้าที่ใช้สินค้าของคู่แข่งอยู่ ให้หันมาทดลองของใหม่โดยที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อ เพราะบางครั้งลูกค้ามีความคิดว่าของที่ใช้อยู่ก็ดีที่สุดอยู่แล้ว ทำไมต้องไปเสียเงินซื้อสินค้าอื่นมาทดลองใช้เล่า
◊ การส่งเสริมการขายด้านลดราคา
ส่วนใหญ่เป็นการลดราคาสินค้า โดยอาจจะลดจากราคาขายปรกติ เช่น การจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เป็นช่วงเวลา การลดราคา 25% ทุกวันพุธของ สินค้า S&P เป็นต้น หรือการเพิ่มปริมาณสินค้าโดยขายราคาเท่าเดิม เช่น แลกตาซอย เอ็กซ์ตร้า 300 เพิ่มปริมาณแต่ไม่เพิ่มราคา เป็นต้น
ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคานี้ จะมีต้นทุนจากกำไรที่ลดลง การตัดสินใจใช้กลยุทธ์นี้จึงควรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และควรคำนึงถึงผลกระทบต่อชื่อเสียงของตราสินค้าด้วย
◊ การส่งเสริมการขายโดยการใช้คูปอง
คูปอง เป็นอีกวิธีการหนึ่งในการลดราคา โดยมีเทคนิคการแจกคูปองหลายอย่าง ตัวอย่างเช่น
- การติดคูปองไว้บนบรรจุภัณฑ์เพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำ
- การแจกคูปองในหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารเพื่อให้ผู้บริโภคไปใช้ซื้อสินค้า เช่น โลตัสซุปเปอร์มาร์เก็ต มักมีการแจกคูปองลดราคา 50 บาทเมื่อซื้อสินค้า 500 บาทขึ้นไปทางหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันศุกร์เช้า เพื่อกระตุ้นยอดซื้อวันสุดสัปดาห์
- การตัดคูปองจากส่วนหนึ่งของใบโฆษณา เช่น ร้าน KFC มีจากแจกคูปองโฆษณา ซื้อสินค้าเป็นชุดราคาพิเศษ เป็นต้น
- การพิมพ์คูปองด้านหลังของใบเสร็จ หรือสลิป ATM เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการชำระค่าสินค้าและบริการ
วัตถุประสงค์หลักของการใช้การส่งเสริมการขายโดยใช้คูปอง คือ การกระตุ้นให้ลูกค้าใช้คูปองให้มากที่สุด แต่ปัญหาที่พบอย่างหนึ่งของการใช้คูปอง คือ ลูกค้าใช้คูปองทำการซื้อสินค้าหรือบริการที่เขาตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว หรือร้านค้าปลีกไม่มีสินค้าเพียงพอที่จะจำหน่ายเมื่อลูกค้านำคูปองมาใช้ ก็เกิดความไม่พอใจได้ โดยส่วนใหญ่แล้ววิธีนี้เป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับสินค้าใหม่หรือสินค้าเก่าที่ยอดขายลดลงเท่านั้น
◊ การส่งเสริมการขายโดยการให้ของแถม
เป็นวิธีที่มีใช้กันมาก โดยลูกค้าจะได้รับของแถมเมื่อซื้อครบตามที่กำหนด โดยส่วนใหญ่ใช้กับการสมัครสมาชิกนิตยสารรายปี หรือการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องสำอาง เมื่อซื้อครบ 3,000 บาท จะได้รับของแถมซึ่งเป็นตัวอย่างชุดเล็ก ๆ ให้ทดลองใช้อีก มูลค่า 2,500 บาท เป็นต้น
◊ การส่งเสริมการขายโดยการแข่งขันและให้รางวัล
เป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีใช้กันมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะตามงานแสดงสินค้าต่าง ๆ ก็จะมีสาวสวย (Pretty) แต่งตัวน่ารัก มากล่าวแนะนำถึงสรรพคุณที่ดีของสินค้า และจัดเกมส์ตอบคำถามง่าย ๆ พร้อมของรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจของลูกค้าที่เดินผ่านไปมาเช่น ในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา ค่ายรถแต่ละค่ายก็นำเอากลยุทธ์ต่าง ๆ มาเรียกร้องความสนใจของลูกค้า มีการแจกของชำร่วยเล็กให้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมและตอบคำถามได้ถูกต้อง เป็นต้น
◊ การส่งเสริมการขายโดยการชิงโชค
ซึ่งวิธีนี้ก็อาจจะมีหลายวิธี แต่ที่นิยมกันก็คือ การแนบใบลุ้นรางวัลมาพร้อมกับสินค้า หรือให้ตัดชิ้นส่วน หรือ ป้ายฉลาก สติ๊กเกอร์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ส่งไปร่วมชิงโชค ซึ่งวิธีการนี้ก็จะต้องระมัดระวังเรื่องความสะดวกในการที่จะส่งชิ้นส่วน หรือชิ้นส่วนจะต้องไม่ถูกแอบแกะอ่านดูก่อนที่ผู้ซื้อจะเป็นผู้แกะคนแรก
◊ การส่งเสริมการขายโดยการคืนกำไรให้ลูกค้า
วิธีนี้มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในอเมริกา แต่เมืองไทยเรายังไม่ค่อยมีมากนัก โดยวิธีนี้ลูกค้าจะซื่อสินค้าก่อน แล้วจึงนำเอาส่วนที่แสดงเอกลักษณ์ของสินค้า เช่น บาร์โค้ด (UPC) พร้อมใบเสร็จรับเงิน ส่งกลับไปยังบริษัทเพื่อขอคืนกำไร ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารโฆษณา เมื่อบริษัทได้รับเอกสารครบถ้วนก็จะทำเช็คเงินสดสั่งจ่ายในนามผู้ซื้อ และส่งกลับมาที่ผู้ซื้อตามจำนวนที่กำหนดไว้ สินค้าบางรายการอาจมีการคืนกำไรสูงมาก จนลูกค้าแทบได้สินค้านั้นมาฟรีเลย ก็มี เช่น เครื่อง Scanner ที่ตกรุ่น ราคา 50 เหรียญสหรัฐฯ เมื่อซื้อสินค้าแล้วส่ง UPC และใบเสร็จรับเงินกลับไปที่บริษัท ก็จะได้รับเช็คเงินสดกลับมาเป็นจำนวน 50 เหรียญสหรัฐเท่ากัน เป็นต้น เท่ากับลูกค้าต้องชำระแต่ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าส่งไปรษณีย์เท่านั้น
◊ การส่งเสริมการขายสำหรับลูกค้าประจำ
เป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าประจำมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการบ่อย ๆ เช่น สายการบิน มีการสะสมไมล์เพื่อแลกเป็นตั๋วเครื่องบินฟรี เมื่อสะสมไมล์ได้ตามที่กำหนด หรือร้านอาหารญี่ปุ่นฟูจิ หรือเซน มีการประทับตราเมื่อรับประทานอาหารครบทุก 300 บาท และนำมาแลกเป็นบัตรส่วนลด หรืออาหาร 1 จานเมื่อครบตามที่กำหนด เป็นการกระตุ้นให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการบ่อย ๆ หรือปั๊มน้ำมันมีการทำบัตรสมาชิกแล้วให้ส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิกเป็นต้น
◊ การส่งเสริมการขาย ณ จุดวางสินค้า
มีผลการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคในร้านค้าปลีกออกมาว่า ยอดขายจะเพิ่มขึ้นถ้าลูกค้าสามารถเห็นสินค้า ณ จุดวางสินค้า การจัดวางสินค้าที่น่าสนใจ ให้ข้อมูลเหมาะสม และวางในตำแหน่งที่สังเกตได้ง่าย จะช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้ามากขึ้น ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า สินค้าอุปโภคบริโภคที่วางจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ต มีการจัดเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ และผู้ผลิตที่ต้องการให้สินค้าเป็นที่สังเกตได้ง่าย ต้องซื้อพื้นที่วางในระดับสายตา และตั้งวางสินค้าเป็นแถว อย่างชัดเจนและเป็นระเบียบ
◊ การส่งเสริมการขายโดยการแจกสินค้าตัวอย่างให้ทดลองใช้
วิธีนี้ให้ลูกค้าได้ทดลองใช้สินค้าดูก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ซึ่งวิธีนี้ก็อาจสามารถดึงลูกค้าที่ใช้สินค้าของคู่แข่งอยู่ ให้หันมาทดลองของใหม่โดยที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อ เพราะบางครั้งลูกค้ามีความคิดว่าของที่ใช้อยู่ก็ดีที่สุดอยู่แล้ว ทำไมต้องไปเสียเงินซื้อสินค้าอื่นมาทดลองใช้เล่า
